นักแสดงดาวรุ่ง รับแล้วคดีโกงเงินบิทคอยน์

picture

เงินดิจิตัลจัดว่าเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีมาแรงมากในช่วง 2-3 ปีหลังสุดนี้ มีการพูดถึงสกุลเงินดิจิตัลมากมาย แต่หลักๆเลยก็จะเป็น บิทคอยน์ สกุลเงินที่แพร่หลายมากสุดในโลกสกุลหนึ่ง แม้ว่าอีกด้านจะเป็นเทคโนโลยีน่าสนใจ แต่อีกมุมหนึ่งมันก็เป็นเหมือนกับช่องทางการหลอกลวง หรือ ทำแชร์ลูกโซ่ได้เหมือนกัน อย่างเช่นกรณีล่าสุด ดาราดาวรุ่งคนหนึ่งเข้าไปพัวพันการโกงเงินบิทคอยน์จนต้องกลายเป็นคดี

เรื่องราวการโกงเงินบิทคอยน์

บิทคอยน์ตอนนี้กลายเป็นคำที่หลายคนเริ่มผวาแล้ว เนื่องจากมักจะมีมิจฉาชีพเอาคำนี้มาอ้างเพื่อชักชวนการลงทุน สุดท้ายหลอกลวงไปหมดทั้งทรัพย์สินและเงินทอง แถมบางรายไม่สามารถตรวจสอบได้ด้วย ดังนั้นหากไม่อยากโดนหลอกลวงเราควรพิจารณาการลงทุนแบบนี้ให้ดีและรอบด้านมากขึ้น

จากดาราดาวรุ่ง สู่การหลอกลวง

สำหรับเคสนี้ ต้องถือว่าไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด แต่ผู้ลงมือกระทำไม่น่าเชื่อเหมือนกัน นั่นคือ ดาราดาวรุ่งรายหนึ่งชื่อว่า บูม จากข่าวบอกว่า เค้าและพรรคพวกอีกจำนวนหนึ่งได้ทำการเชื้อเชิญให้นักลงทุนต่างประเทศชาวฟินแลนด์ เข้ามาลงทุนสกุลเงินดิจิตัลที่ชื่อว่า Dragon coin เงินลงทุนทั้งหมดที่บูมกับพวกหลอกมาเป็นจำนวนเงินประมาณเกือบ 800 ล้านบาทเลยทีเดียวถือว่าเป็นจำนวนเงินที่เยอะมาก

ลงมือทำกันเป็นกระบวนการ

การหลอกลวงครั้งมโหฬารรอบนี้ บูม ไม่ได้ทำแต่เพียงคนเดียว ยังมีเพื่อนร่วมขบวนการอีกอย่างน้อย 6 คนด้วยกัน ซึ่งหลังจากบูมได้รับเงินจำนวนดังกล่าวแล้ว ได้มีการโอนเงินไปยังบุคคลใกล้ชิดอย่างเช่น พี่ชาย และ พี่สาวเพื่อกระจายเงินออกไป(ทั้งหมดร่วมขบวนการด้วย) ในกลุ่มนี้มีพี่ชายคนหนึ่งหนีออกนอกประเทศไปได้ ส่วนพี่สาวนั้นอยู่ในประเทศไทยทำให้ตำรวจอาจจะออกหมายจับเพื่อมาดำเนินคดีต่อไป

บูม รับทราบข้อกล่าวหาแล้ว

ในที่สุดหลังจากติดตามมานาน บูม ก็ได้เข้าพบกับตำรวจ พร้อมกับทนายความ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในฐานความผิดฉ้อโกงทรัพย์ ตรงนี้ต้องมาดูกันต่อไปว่าการหลอกลวงครั้งใหญ่รอบนี้จะเป็นอย่างไร จบลงอย่างไร ตามข่าวบอกว่า นายธนสิทธิ์ ทนายผู้รับหน้าที่ของ นายบูม ยังไม่ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับรูปคดีและความผิดดังกล่าว ส่วนทางนายบูม ได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ พี่ชายอีกคนหนึ่งที่หนีไปต่างประเทศแต่อย่างใด

บทสรุปของคดี

แม้ว่านายบูม จะแบ่งรับแบ่งสู้ในความเกี่ยวข้องของคดีนี้ แต่ก็ต้องมาดูกันว่าบทสรุปของคดีนี้จะจบลงตรงไหนอย่าลืมว่าหากเป็นเมื่อปีก่อน การฟ้องร้องโกงเงินดิจิตัล อาจจะทำอะไรไม่ได้มากนักเนื่องจากยังไม่ได้มีกฎหมายออกมาคุ้มครอง แต่ตอนนี้ไทยเรามีกฎหมายคุ้มครองเรื่องนี้ขึ้นมาแล้ว อาจจะทำให้การพิจารณาคดีนี้มีน้ำหนักมากขึ้นด้วย อีกทั้งคดีนี้จะเป็นบรรทัดฐานในการตัดสินคดีหลอกลวงสกุลเงินดิจิตัลต่อไปในอนาคตอีกด้วย